ReLEx SMILE คืออะไร?

  • ReLEx (Refractive Lenticule Extraction) SMILE (Small Incision Lenticule Extraction) เป็นการรักษาภาวะสายตาผิดปกติ รวมถึงสายตาสั้นและสายตาเอียง โดยการนำเนื้อกระจกตาส่วนเกินออกในลักษณะ Lenticule ผ่านแผลขนาดเล็ก มีความยาว 2-5 mm. ด้วยนวัตกรรม Visumax Femtosecond Laser ของบริษัท Carl Zeiss Meditec, Germany

  • ReLEx SMILE เป็นการรักษาสายตาผิดปกติด้วยเลเซอร์ที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน และเป็นวิธีการผ่าตัดที่พัฒนาต่อจากการผ่าตัดวิธี LASIK (เลสิค) และ FemtoLASIK 

เทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษาด้วยวิธี ReLEx SMILE

  • ·Visumax Femtosecond Laser โดยบริษัท Carl Zeiss จากประเทศเยอรมนี

ขั้นตอนการรักษาด้วยวิธี ReLEx SMILE

  • ใช้ Visumax Femtosecond Laser แยกชั้นกระจกตาให้เป็นเลนส์ในเนื้อกระจกตา (Lenticule) เพื่อปรับความโค้งของกระจกตาให้เหมาะสมกับค่าสายตาที่ต้องการแก้ไข โดยไม่ทำลายผิวกระจกตาชั้นนอกสุด

  • ทำการเปิดแผลเล็กขนาด 2-5 mm. ด้วย Visumax Femtosecond Laser

  • นำเลนส์ในเนื้อกระจกตา (Lenticule) ออกผ่านแผลเล็ก

TRSC’s Experience in ReLEx SMILE

  • นพ. เอกเทศ ชันซื่อ ผู้อำนวยการแพทย์ TRSC เป็นจักษุแพทย์คนแรกในประเทศไทยที่รักษาสายตาผิดปกติด้วยวิธี ReLEx SMILE ในปี พ.ศ. 2554

  • TRSC ได้ทำการรักษา ReLEx SMILE แล้วกว่า 25,000 ตา (ข้อมูล ณ มิถุนายน พ.ศ. 2564)

  • TRSC ได้รับการแต่งตั้งเป็น ReLEx Educational Center โดย บริษัท Carl Zeiss Meditec เพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้แก่จักษุแพทย์ทั่ว Asia และ Australia จนถึงปัจจุบัน TRSC มีจักษุแพทย์เข้าเยี่ยมชมแล้วจากกว่า 10 ประเทศ (ข้อมูล ณ มิถุนายน พ.ศ. 2564)

ข้อดีของการรักษาด้วยวิธี ReLEx SMILE

  • ความโค้งกระจกตาหลังการรักษา มีความใกล้เคียงธรรมชาติมากเนื่องจากไม่มีการเปิดกระจกตา

  • มีความแม่นยำสูงในการรักษาภาวะสายตาผิดปกติ  มีโอกาสเติมเลเซอร์น้อยกว่าการผ่าตัดประเภทอื่นๆ

  • มีโอกาสเกิดผลข้างเคียง (เช่น อาการตาแห้ง, แสงกระจายในที่มืด, ความไม่คมชัดในที่แสงน้อย) น้อยกว่าการรักษาด้วยเลเซอร์ประเภทอื่นๆ เนื่องจากไม่มีการเปิดชั้นกระจกตา

  • สามารถแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติ สายตาสั้นร่วมสายตาเอียง ได้ถึง -12.00 Diopter

  • ระยะพักฟื้นสั้น สามารถกลับมาใช้สายตาได้เร็ว

  • ไม่รู้สึกเจ็บในขณะผ่าตัด

  • การผ่าตัดใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน เป็นการผ่าตัดไร้ใบมีด

  • เป็นการผ่าตัดแผลเล็ก ไม่ต้องทำการแยกชั้นกระจกตาเป็น flap

ข้อจำกัดของการรักษาด้วยวิธี ReLEx SMILE 

  • ReLEx SMILE ยังไม่สามารถรักษาภาวะสายตายาวโดยกำเนิด และสายตายาวตามอายุได้

แพทย์ผู้บุกเบิก : Chansue ReLEx Dissector

  • ช่วงเริ่มต้นในการรักษาด้วยวิธี ReLEx SMILE สิ่งที่ท้าทายการทำงานของจักษุแพทย์คือ การนำเลนส์ในเนื้อกระจกตา (Lenticule) ออกผ่านแผลเล็ก

  • ศูนย์เลสิค TRSC อยู่ในระดับแนวหน้าของการพัฒนาการรักษา ReLEx โดยนายแพทย์เอกเทศ ชันซื่อ ผู้อำนวยการแพทย์พร้อมด้วยทีมจักษุแพทย์ TRSC ได้พัฒนาเครื่องมือในการนำเลนส์ในเนื้อกระจกตา (Lenticule) ออกผ่านแผลเล็ก เครื่องมือนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า “Chansue ReLEx Dissector” ซึ่งปัจจุบันเป็นเครื่องมือมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับและถูกใช้โดยจักษุแพทย์ทั่วโลกในการผ่าตัด ReLEx SMILE

  • นอกจากความสำเร็จในการสร้างเครื่องมือ “Chansue ReLEx Dissector” นายแพทย์เอกเทศ ชันซื่อ ยังได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในผู้เขียน Textbook ทางการแพทย์เกี่ยวกับ ReLEx ชื่อ Small Incision Lenticule Extraction: Principles, Techniques, Complication Management, and Future Concepts

ผู้ที่เหมาะสมสำหรับการรักษาด้วยวิธี ReLEx ที่ TRSC

  • ·มีอายุ 18 ปี ขึ้นไป และมีสายตาคงที่อย่างน้อย 1 ปี (กรณีคนไข้อายุไม่ถึง 20 ปีบริบูรณ์ นับถึงวันที่นัดผ่าตัด กรุณานำผู้ปกครองมาเซ็นเอกสารเพื่อยินยอมการผ่าตัด TRSC สามารถปฏิเสธการผ่าตัดได้ หากไม่มีผู้ปกครองมาด้วย)

  • ไม่มีโรคของกระจกตา เช่น โรคกระจกตาย้วย, ตาแห้งอย่างรุนแรง และโรคตาอย่างอื่น เช่น จอประสาทตาเสื่อม

  • ไม่มีโรคทางร่างกายที่มีผลต่อการหายของแผล เช่น โรค SLE, โรค Sjogren's syndrome, โรคสะเก็ดเงิน,
    โรคภูมิคุ้มกันเกินอื่นๆ รวมทั้งเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี

  • ไม่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร

  • ไม่อยู่ระหว่างการใช้ยาในการรักษาอาการทางจิตเวช

  • ผ่านการตรวจวิเคราะห์สภาพตาโดยจักษุแพทย์ของ TRSC และยืนยันว่า คนไข้มีสุขภาพตาสมบูรณ์แข็งแรง สามารถเข้ารับการรักษาได้ตามมาตรฐานความปลอดภัยสากล

  • มีความเข้าใจถึงการรักษาภาวะสายตาผิดปกติ ด้วยวิธี ReLEx อย่างละเอียด และมีความคาดหวังที่ถูกต้อง

การเตรียมตัวเพื่อเข้ารับการตรวจวิเคราะห์สภาพตา ก่อนทำการรักษา ReLEx ที่ TRSC

  • ·งดใส่คอนแทคเลนส์ ก่อนวันตรวจวิเคราะห์สภาพตา ตามประเภทของคอนแทคเลนส์และจำนวนวันที่กำหนด สามารถใช้แว่นสายตาแทนในระหว่างที่ไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์

    • คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม (Soft Lens): ต้องงดใส่คอนแทคเลส์อย่างน้อย 3 วัน ก่อนวันตรวจวิเคราะห์สภาพตา

    • คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง (Hard Lens) หรือชนิดกึ่งแข็งกึ่งนิ่ม (Semi Hard Lens): ต้องงดใส่คอนแทคเลนส์อย่างน้อย 14 วัน ก่อนวันตรวจวิเคราะห์สภาพตา

  • ·การหยุดยาบางประเภท​

    • ต้องหยุดยารักษาสิวชนิดรับประทานในกลุ่ม Isotretinoin เช่น Roaccutane, Acnotin, Isotret ก่อนวันตรวจวิเคราะห์สภาพตาและก่อนผ่าตัด อย่างน้อย 1 เดือนเต็ม เนื่องจากยาชนิดนี้ส่งผลให้เยื่อบุตาต่างๆ แห้งกว่าปกติ รวมถึงผิวกระจกตาด้วย

    • หากใช้ยารักษาโรคประจำตัวอื่นๆ ใดอยู่ กรุณาแจ้งให้จักษุแพทย์ทราบในวันตรวจ เช่น ยาเบาหวาน, ยาลดความดัน, ยาลดไขมัน, ยาไทรอยด์ และยานอนหลับทุกประเภท แต่คนไข้ยังคงใช้ยาได้ตามปกติ ไม่ต้องหยุดยาใดๆ ก่อนวันตรวจและในวันตรวจ

  • ·จักษุแพทย์ผู้ตรวจวิเคราะห์สภาพตา จะเป็นผู้ทำการผ่าตัดให้กับคนไข้ ดังนั้นหากคนไข้ต้องการระบุจักษุแพทย์ผู้ทำการผ่าตัด กรุณานัดตรวจวิเคราะห์สภาพตากับจักษุแพทย์ท่านนั้น​​

  • ·การตรวจวิเคราะห์สภาพตาใช้เวลา ประมาณ 3.5 ชม.

  • ·การสรุปผลการตรวจวิเคราะห์สภาพตาโดยจักษุแพทย์ แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้

    • คนไข้มีสุขภาพตาสมบูรณ์แข็งแรง สามารถรักษาด้วยวิธี ReLEx ได้ โอกาสสำเร็จในการรักษาและโอกาสเกิดผลข้างเคียงต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ปกติ สามารถนัดผ่าตัดได้ทันที หรือตามที่คนไข้สะดวก​

    • คนไข้ไม่สามารถรักษาด้วยวิธี ReLEx ได้ อาจเนื่องจากเหตุผลต่างๆ จากสภาพของดวงตา สภาพร่างกาย หรือสภาพจิตใจ ฯลฯ จักษุแพทย์ผู้ตรวจอาจแนะนำทางเลือกการรักษาอื่นๆ ที่เหมาะสมกับคนไข้ต่อไป เช่น วิธี PRK, การผ่าตัดใส่เลนส์เสริม (Phakic IOL) โดยจักษุแพทย์ผู้ตรวจจะให้รายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจของคนไข้ต่อไป

    • คนไข้อาจจะสามารถเข้ารับการรักษาด้วยวิธี ReLEx ได้ แต่ต้องมีการรักษาอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สภาพดวงตากลับสู่สภาพปกติเหมาะสมต่อการรักษา เช่น อาการตาแห้ง หรือตาอักเสบจากการแพ้คอนแทคเลนส์ หรือการตรวจตากับจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านอื่นๆ เพื่อประเมินโรคตาต่างๆ เช่น สงสัยโรคจอประสาทตา หรือสงสัยโรคต้อหิน ฯลฯ