top of page
41728483_l.jpg

คำถามที่พบบ่อย FAQ

  • Super ReLEx (SMILE Pro) คืออะไร?

Super ReLEx (SMILE Pro) เป็นการรักษาภาวะสายตาผิดปกติที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน เป็นการพัฒนาจากการรักษา ReLEx SMILE ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด Visumax 800 Femtosecond Laser ของบริษัท Carl Zeiss Meditec จากประเทศเยอรมนี ใช้ระยะเวลาการยิงเลเซอร์เพียง 8-10 วินาที มีความเร็วมากกว่า ReLEx SMILE ถึง 3 เท่าลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด และเพิ่มความสบายตาของคนไข้ในขณะการผ่าตัด เพิ่มคุณภาพของการมองเห็นหลังผ่าตัด (Quality of vision) และสามารถมีการมองเห็นที่ดีได้รวดเร็วขึ้น (Visual recovery)

  • ReLEx SMILE คืออะไร?

ReLEx SMILE เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนามาจากเลสิค และ FemtoLASIK โดยการนำเนื้อกระจกตาส่วนเกินออกในลักษณะ Lenticule ผ่านแผลขนาดเล็กเป็นการผ่าตัดไร้ใบมีด โดยจะใช้ Laser ในทุกขั้นตอนการผ่าตัด แผลมีความยาวประมาณ 2-5 mm. ไม่มีการเปิดชั้นกระจกตา และเป็นการผ่าตัดที่รบกวนกระจกตาน้อยที่สุด

  • รักษาด้วยวิธี Super ReLEx (SMILE Pro) และ ReLEx SMILE เจ็บหรือไม่?

ไม่รู้สึกเจ็บ เพราะในขั้นตอนการผ่าตัดจะไม่มีเครื่องมือกดทับที่กระจกตา ก่อนทำการผ่าตัดคนไข้จะรับประทานยา Valium เพื่อช่วยคลายความกังวลและหยอดยาชาที่ตา ดวงตาเป็นอวัยวะที่แตกต่างจากอวัยวะอื่นๆ คือ หลังจากหยอดยาชาแล้ว คนไข้จะไม่รู้สึกชาเหมือนความชาของอวัยวะอื่น เช่น การฉีดยาชาที่ฟัน คนไข้บางท่านจึงอาจกังวลว่าตายังไม่ชา ก่อนการทำผ่าตัดแพทย์จะทำการทดสอบความชาของตาคนไข้ก่อนทุกครั้ง

  • ต้องมีค่าสายตาเท่าไหร่ถึงจะทำการรักษา ReLEx SMILE หรือ เลสิค ได้?

คนไข้ที่มีภาวะสายตาผิดปกติทั้งสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง จริงๆ ไม่ได้มีข้อจำกัดว่าต้องมีค่าสายตาเท่าไรถึงจะทำการรักษาได้ แต่มีหลายปัจจัยที่จะใช้ในการพิจารณาว่าคนไข้สามารถทำการักษาด้วย ReLEx SMILE หรือ เลสิค ได้หรือไม่ มีเข้ารับการรักษาตั้งแต่น้อยสุด -0.75 ไดออปเตอร์ จนถึงมากสุดไม่เกิน -13.00 ไดออปเตอร์ สายตาสั้น, สายตายาว, สายตาเอียง แค่ไหนควรจะเข้ารับการผ่าตัดนั้นขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนไข้เอง เพราะความจำเป็นของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อาจจะขึ้นอยู่กับอาชีพที่ต้องการมีสายตาที่คมชัดเต็มที่ การผ่าตัดเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการลดการพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ เช่น บางคนไม่อยากใส่แว่นตา แต่ก็ใส่คอนแทคเลนส์ไม่ได้เพราะว่าเคืองตา หรือตาแห้ง เป็นต้น

  • สายตาเอียงทำเลสิคได้ไหม?

ภาวะสายตาเอียงเกิดจากลูกตามีลักษณะเป็นทรงรีแทนที่จะเป็นทรงกลม ส่วนมากแล้วเลเซอร์สามารถแก้ไขภาวะสายตาเอียงได้เกือบทุกระดับค่าสายตา แต่ถ้ามีภาวะสายตาเอียงมาก จะเหมาะกับการรักษาโดยการใส่เลนส์เสริม (ICL) แบบแก้ไขสายตาเอียง (Toric Implantable Collamer lens) ซึ่งสั่งตัดมาเฉพาะบุคคล คนไข้ที่สามารถเข้ารับการรักษาด้วยวิธีเลสิค หรือ ReLEx ได้แก่ ผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้น (Myopia), สายตายาว (Hyperopia), สายตาเอียง (Astigmatism) และอาจร่วมกับสายตายาวตามอายุ (Presbyopia)

  • หลังทำ Super ReLEx (SMILE Pro), ReLEx SMILE หรือ เลสิค ใส่คอนแทคเลนส์แฟชั่นได้หรือไม่?

หลังทำการรักษาสามารถใส่คอนแทคเลนส์แฟชั่นได้หลังผ่าตัดแล้วอย่างน้อย 3 เดือน และควรได้รับอนุญาตจากแพทย์ก่อน เนื่องจากค่าความโค้งกระจกตามีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อาจจะไม่สามารถใส่คอนแทคเลนส์สี หรือบิ๊กอายที่มีขายตามร้านแว่น หรือร้านทั่วไปได้

  • ทำงานอยู่หน้าคอมฯ ตลอด ทำการรักษา Super ReLEx (SMILE Pro), ReLEx SMILE หรือ เลสิค ได้ไหม?

ทำการรักษาได้ ในกรณีคนไข้ที่ต้องใช้สายตาในการทำงานมากๆ แนะนำให้พักสายตาทุกหนึ่งชั่วโมง โดยการหลับตานิ่งๆ 1-2 นาที หรืออาจจะเปลี่ยนอิริยาบถไปทำอย่างอื่นชั่วคราว และหยอดน้ำตาเทียมบ่อยๆ เพื่อลดอาการตาแห้ง

  • อายุเท่าไรถึงทำการรักษาได้?

อายุที่เหมาะสมสำหรับเข้ารับการรักษาภาวะสายตาผิดปกติ ด้วยวิธี Super ReLEx (SMILE Pro)ReLEx SMILE, FemtoLASIK, LASIK หรือ PRK คืออายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จนถึงอายุ 65 ปี หากอายุน้อยกว่า 18 ปี ค่าสายตาจะยังไม่คงที่ และยังมีการปรับเปลี่ยนของสภาวะร่างกายอยู่ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ค่าสายตายังไม่คงที่ ส่วนอายุหลัง 65 ปีขึ้นไป อาจจะเริ่มมีภาวะโรคต้อกระจก (Cataract) หากมาตรวจแล้วพบว่าไม่มีโรคต้อกระจกก็สามารถทำการรักษาได้ แต่หากเริ่มเป็นต้อกระจกแล้ว การผ่าตัดต้อกระจกจะได้ประโยชน์มากกว่า

  • กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร สามารถทำการรักษาได้หรือไม่?

ไม่แนะนำให้เข้ารับการรักษาภาวะสายตาผิดปกติในระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร เนื่องจากในช่วงดังกล่าวภาวะฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจทำให้ค่าสายตาเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้นค่าสายตาที่ตรวจวัดจึงไม่แม่นยำ หากวางแผนตั้งครรภ์ต้องหลังผ่าตัดอย่างน้อย 3 เดือน และสตรีหลังคลอดบุตรหรือยังอยู่ในช่วงให้นมบุตรอยู่ ต้องรอให้รอบเดือนมาอย่างน้อย 2 เดือนติดต่อกันก่อน จึงจะเข้ารับการรักษาได้

  • ทำการรักษาด้วย Super ReLEx (SMILE Pro), ReLEx SMILE หรือ เลสิค ต้องพักฟื้นกี่วัน?

หลังจากเปิดฝาครอบตาและพบแพทย์เพื่อตรวจติดตามผลหลังการผ่าตัดในวันแรกแล้ว คนไข้ส่วนใหญ่สามารถใช้สายตาได้ตามปกติ แต่มีข้อควรระวังมิให้เหงื่อ หรือน้ำเข้าตาเป็นเวลา 3-7 วัน (ขึ้นอยู่กับวิธีที่เลือกเข้ารับการรักษา) เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ส่วนการพักฟื้นขึ้นอยู่กับความประสงค์ของตัวคนไข้เอง การทำเลสิค ReLEx SMILE หรือ Super ReLEx (SMILE Pro) ไม่ได้มีข้อกำหนดว่าต้องหยุดพักฟื้นกี่วัน คนไข้สามารถไปทำงานหรือไปเรียนได้ในวันถัดไป ในกรณีคนไข้ที่ต้องใช้สายตามากๆ แนะนำให้พักสายตาทุกหนึ่งชั่วโมง โดยการหลับตานิ่งๆ 1-2 นาที  หรืออาจจะเปลี่ยนอริยาบท ไปทำอย่างอื่นชั่วคราว

  • สายตาจะกลับมาสั้นได้อีกหรือไม่?

การรักษาภาวะสายตาผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นวิธี Super ReLEx (SMILE Pro)ReLEx SMILE, FemtoLASIK, LASIK หรือ PRK เป็นการแก้ไขความผิดปกติของสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง อย่างถาวร ในกลุ่มคนไข้ที่กลับมามีภาวะสายตาสั้นอีกมาจากหลายสาเหตุ เช่น คนไข้ที่มีค่าสายตาสั้น สายตาเอียงมากเกินไป การปรับเปลี่ยนของค่าสายตาเมื่ออายุมากขึ้น การใช้สายตาเป็นเวลานานๆ หลังจากทำเลสิค ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นปัจจัยที่มีโอกาสเกิดภาวะสายตาสั้นขึ้นอีกได้แต่เป็นส่วนน้อย หลังทำการรักษาไปแล้ว หากกลับมามีค่าสายตาอีก (การถดถอยของสายตา) สามารถพิจารณาเติมเลเซอร์ได้ ซึ่งจะต้องรอให้ค่าสายตาที่ถดถอยนั้นคงที่เสียก่อนจึงจะสามารถพิจารณาเติมเลเซอร์ได้

  • มีภาวะทางสุขภาพใดบ้าง ที่ไม่เหมาะสมต่อการเข้ารับการรักษาภาวะสายตาผิดปกติ?

คนไข้ที่เข้ารับการรักษาควรจะมีสุขภาพเป็นปกติดี การรักษาภาวะสายตาผิดปกติด้วยวิธี Super ReLEx (SMILE Pro)ReLEx SMILE, FemtoLASIK, LASIK หรือ PRK อาจไม่เหมาะสมกับโรคทางร่างกายที่มีผลต่อการหายของแผล เช่น โรค SLE, โรค Sjogren's syndrome, โรคสะเก็ดเงิน, โรคภูมิคุ้มกันเกินอื่นๆ รวมทั้งเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี และโรคของกระจกตา เช่น โรคกระจกตาย้วย, ตาแห้งอย่างรุนแรง และโรคตาอย่างอื่น เช่น จอประสาทตาเสื่อม

  • สายตายาวตามอายุรักษาได้ไหม?

สำหรับผู้ที่สายตาสั้น ร่วมกับภาวะสายตายาวตามอายุ ซึ่งมักพบในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป การรักษาจะมี 2 แบบ ได้แก่


1. มีค่าสายตายาวตามอายุเท่านั้น สามารถรักษาแบบ Near Vision ด้วยวิธี FemtoLASIK, LASIK หรือ PRK โดยการทำให้ตาข้างไม่ถนัด สามารถใช้อ่านหนังสือได้ และปล่อยให้ตาข้างถนัดไว้ใช้มองไกล


2. มีค่าสายตาสั้น เอียง ร่วมกับสายตายาวตามอายุ สามารถรักษาแบบ Monovision ได้ ด้วยวิธี Super ReLEx (SMILE Pro)ReLEx SMILE, FemtoLASIK, LASIK หรือ PRK โดยจะแก้ไขตาข้างถนัดให้ใช้สำหรับมองไกล ส่วนตาอีกข้างจะถูกแก้ไขให้สามารถใช้อ่านหนังสือหรือมองใกล้ได้ โดยตาข้างที่แก้ไขสำหรับมองใกล้นั้น ในการรักษาแบบ Monovision จะมีการปรับค่าสายตาโดยคำนึงถึงการใช้ชีวิตประจำวันของคนไข้แต่ละท่าน

 

*ในวันที่เข้ามาตรวจวิเคราะห์สภาพตา คนไข้จะได้ทดลองคอนแทคเลนส์ที่มีค่าสายตาหลายระดับ เพื่อเลือกว่าค่าสายตาระดับไหนที่เหมาะกับตัวคนไข้มากที่สุด

  • ก่อนมาตรวจ ทำไมต้องงดใส่คอนแทคเลนส์?

ต้องงดใส่คอนแทคเลนส์ก่อนเข้ามาตรวจวิเคราะห์สภาพตา เนื่องจากตัวคอนแทคเลนส์จะสัมผัสโดยตรงกับกระจกตา เมื่อใส่คอนแทคเลนส์ไปนานๆ อาจทำให้รูปร่างของกระจกตาเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งต้องใช้เวลาเพื่อให้กระจกตาในการกลับคืนรูปร่างตามธรรมชาติ คอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง (ถอด 14 วัน ก่อนเข้ามาตรวจ) จะมีผลต่อกระจกตามากกว่าคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม (ถอด 3 วันก่อนเข้ามาตรวจ) การวัดสายตาโดยที่ถอดคอนแทคเลนส์มาไม่นานพอ จะได้ค่าการวัดสายตาที่ไม่เที่ยงตรง นอกจากนั้นคอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม ยังมีผลต่อปริมาณของน้ำตาที่หล่อเลี้ยงผิวตา ทำให้เกิดผิวตาแห้ง ส่งผลต่อการตรวจวัดสายตา และการสมานตัวของเซลล์ผิวตา หากความโค้งของกระจกตายังไม่ปกติ หรือยังมีภาวะผิวตาแห้ง จักษุแพทย์จะแนะนำให้ท่านถอดคอนแทคเลนส์ต่อไปอีกอย่างน้อย 2-3 วัน หรือตามความเหมาะสม และนัดท่านกลับมาตรวจสภาพกระจกตาซ้ำอีกครั้งหนึ่ง

  • ทำการรักษาไปแล้ว ค่าสายตาจะเหลือเป็น 0 หรือไม่?

แพทย์จะพยายามกำหนดค่าเลเซอร์ให้คนไข้ทำผ่าตัดแล้วได้ค่าเข้าใกล้ศูนย์มากที่สุด ซึ่งหลังผ่าตัดแล้วคนไข้ส่วนใหญ่จะสามารถมองเห็นได้ดีโดยไม่ต้องใช้แว่นหรือคอนแทคเลนซ์ แต่ไม่ได้หมายความว่า คนไข้ท่านนั้น จะมีค่าสายตาวัดได้เท่ากับศูนย์ อาจมีสายตาสั้น 25, 50 เอียง 50 หรือ 75 ไดออปเตอร์ ได้ โดยทั่วไปน้อยคนมากที่จะวัดค่าสายตาออกมาแล้วได้ค่าเท่ากับศูนย์

  • กระจกตาย้วย ทำการรักษาด้วยเลสิค หรือ Super ReLEx ได้ไหม?

ไม่สามารถทำการรักษาด้วยวิธี LASIK หรือ Super ReLEx ได้ เพราะผู้ที่มีปัญหากระจกตาย้วย หรือกระจกตาโก่ง (Keratoconus) เป็นความผิดปกติซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างภายในกระจกตา ทำให้กระจกตามีความโค้ง และโก่งตัวมากกว่าปกติ ร่วมกับมีการบางตัวของกระจกตา ทำให้ไม่สามารถทำการรักษาภาวะสายตาผิดปกติด้วยเลเซอร์ได้ แนะนำให้เข้ารับการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี เพื่อการมองเห็นที่ดีต่อไป

  • ทำแล้วสายตากลับมาสั้นอีก ทำเลสิคซ้ำอีกครั้งได้ไหม

หลังทำเลสิคค่าสายตายังมีโอกาสเปลี่ยนแปลง ทำให้การมองเห็นไม่คมชัด สามารถมาทำการเติมเลเซอร์ (LASIK Enhancement) คือ การทำเลสิคอีกครั้ง เพื่อให้สายตากลับมาคมชัดอีกครั้งได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหนากระจกตาของท่านเองด้วยว่ามีความหนาเพียงพอในการเติมเลเซอร์หรือไม่ การเติมเลเซอร์ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล และไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ซึ่งโอกาสเติมเลเซอร์ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีการรักษา จากสถิติ TRSC รักษากว่า 90,000 ตา การรักษาด้วยวิธี Super ReLEx และ ReLEx มีโอกาสเติมเลเซอร์เพียง 1% ในปีแรก ซึ่งน้อยกว่าวิธี LASIK ถึง 3 เท่า

bottom of page