#See2020 | EP.07 : "Computer Vision Syndrome"

อัปเดตเมื่อ 24 ส.ค.


Computer Vision Syndrome โดย พญ. เมธินี จงเจริญ | TRSC International LASIK Center


ในสังคมปัจจุบัน การใช้คอมพิวเตอร์ หรือมือถือแท็บเล็ตในการทำงาน การเรียน รวมถึงการพักผ่อนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่การใช้สายตาไปกับการใช้งานหน้าจอดิจิทัลเหล่านี้เป็นเวลานาน ๆ ส่งผลให้เกิดความกระทบต่อสุขภาพตา ที่เรียกว่า Computer Vision Syndrome (CVS) ได้


>> Computer Vision Syndrome (CVS) คืออะไร?


CVS คือ กลุ่มอาการทางตาและการมองเห็น ที่เกิดจากการใช้สายตากับคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต มือถือ ติดต่อกัน เป็นเวลานาน ๆ โดยความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการใช้งาน เนื่องจากต้องใช้กล้ามเนื้อตาในการเพ่งมากขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดตา ตาล้า ตาพร่ามองเห็นไม่ชัด โฟกัสภาพช้าลง ตาแห้งระคายเคืองตา และมักมีอาการปวดกล้ามเนื้อ คอ บ่า ไหล่หรือปวดศีรษะร่วมด้วย



>> สาเหตุของ CVS


1. การใช้สายตาเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ทำให้กล้ามเนื้อตาล้า ปวดกระบอกตา รวมถึงการกระพริบตาที่น้อยลง ทำให้ตาแห้ง รู้สึกไม่สบายตา


2. สิ่งแวดล้อมในที่ที่ต้องใช้สายตา เช่น แสงสว่างไม่เพียงพอ ต้องใช้สายตาจ้องหน้าจอมากขึ้น หรือมีแสงสว่างจ้า หรือแสงสะท้อนที่จอคอมพิวเตอร์ ทำให้มองเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ชัดเจน


3. Workstation ไม่เหมาะสมในการใช้งาน คือ ตำแหน่งของโต๊ะ เก้าอี้ คอมพิวเตอร์ มีผลต่อท่านั่งในการ ใช้งานคอมพิวเตอร์ ท่านั่งที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ต้องเงยหน้าหรือก้มหน้ามากเกินไป จะมีผลต่อการใช้สายตา และทำให้เกิดความเมื่อยล้าได้


4. ค่าสายตาผิดปกติ ที่ไม่ได้รับการแก้ไขให้เหมาะสม เช่น มีสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง แต่ไม่ได้ รับการแก้ไขหรือใส่แว่นตาที่เหมาะสมในการใช้งาน


>> อาการของ CVS

- ตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด

- ปวดตา

- ตาแห้ง ระคายเคืองตา

- โฟกัสภาพช้าลง

- ปวดศีรษะ

- ปวดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ หลัง



>> กลุ่มเสี่ยงของ CVS

ในปัจจุบัน การใช้คอมพิวเตอร์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนส่วนใหญ่ คนที่ใช้หน้าจอติดต่อกันนาน มากกว่า 2 ชั่วโมงต่อวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียนออนไลน์ ขายของ หรือทำธุรกิจทางหน้าจอ หรือเพื่อการพักผ่อนสันทนาการ ล้วนมีความเสี่ยงที่จะเกิดกลุ่มอาการ CVS ได้


>> การป้องกัน


1. พักสายตาระหว่างการใช้หน้าจอ

- กฎ 20-20-20 คือ พักสายตาระหว่างการทำงานทุก 20 นาที นาน 20 วินาที โดยมองไปไกลที่ 20 ฟุต เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อตาได้ผ่อนคลาย

- การกระพริบตาบ่อย ๆ เพื่อช่วยให้น้ำตาฉาบผิวตา ลดอาการตาแห้ง ถ้าหากมีอาการระคายเคือง สามารถหยอดน้ำตาเทียม ลดอาการตาแห้ง และช่วยให้สบายตามากขึ้น

2. ปรับสิ่งแวดล้อม

- แสงสว่างภายในห้องมีความเหมาะสม ไม่มืดหรือสว่างจ้าจนเกินไป ติดม่านบังแสงเพื่อลดแสงสะท้อน จากภายนอก และติดโคมไฟที่โต๊ะทำงาน เพื่อช่วยให้การมองเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ชัดขึ้น

- Antiglare filter ติดแผ่นกันแสงสะท้อนหน้าจอคอมพิวเตอร์ช่วยลดแสงสะท้อนและมองเห็นดีขึ้น

3. ปรับ Workstation

- หน้าจอคอมพิวเตอร์ ควรมีระยะห่างจากสายตาประมาณ 50-70 cm และมีระดับต่ำลงมาจากระดับตา

15-20 องศา (10-12 cm)

- แป้นพิมพ์ อยู่ระดับข้อศอก ไม่งอหรือเหยียดแขนเกินไป

- พนักพิงที่เหมาะสม ช่วยให้หลังตรง ทำให้ไม่ปวดหลัง บ่า ไหล่

- ระดับเก้าอี้นั่ง เมื่อนั่งแล้วสามารถวางเท้าราบกับพื้นได้ เท้าไม่ยกลอยหรือเข่างอ

4. ใส่แว่นสายตาที่เหมาะสมระหว่างการใช้งาน


-----

Computer Vision Syndrome เป็นโรคใกล้ตัวที่สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย เพราะการใช้คอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว การให้ความสำคัญกับการป้องกัน และมีพฤติกรรมที่เหมาะสมในการใช้งาน จะช่วยลดความเสี่ยงและความรุนแรงของอาการจาก CVS ได้ และเพื่อถนอมสายตาให้เราได้ใช้ดวงตา อย่างสดใสไปนาน ๆ

 

จากประสบการณ์รักษาสายตาผิดปกติกว่า 25 ปี TRSC กำลังตอบคำถามยอดฮิต ที่ท่านข้องใจเกี่ยวกับสายตา ในคอลัมน์ #See2020 by TRSC ท่านใดที่มีคำถามเพิ่มเติมหรืออยากเสนอหัวข้อสำหรับ #See2020 ในอนาคต TRSC รับฟังท่านอยู่ใน comments!

ดู 1,174 ครั้ง0 ความคิดเห็น

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด