
มองเห็นปกติดี แต่ทำไมยังต้องตรวจสุขภาพตา?
หลายท่านอาจมองข้ามความสำคัญของการตรวจสุขภาพตา เพียงแค่ไม่พบปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น ก็คิดว่าไม่เป็นอะไร แต่ใครจะทราบว่าจริง ๆ แล้ว ดวงตาก็ต้องการได้รับการดูแล และใส่ใจเช่นกัน เพราะท่านอาจเจอปัญหาทางโรคทางตาโดยที่ไม่รู้ตัว
-
ตรวจสุขภาพตา (Check up) คืออะไร? และทำไมจึงควรตรวจสุขภาพตา
การตรวจสุขภาพตา คือการที่เราเข้าไปพบจักษุแพทย์เพื่อทำการตรวจตาอย่างละเอียด ซึ่งหลายท่านมักมองข้ามความสำคัญของดวงตาไป เพราะอาจจะยังไม่พบปัญหาหรือมีอาการเจ็บป่วยจากดวงตาแสดงออกมาให้เห็นเหมือนการเจ็บป่วยทางร่างกาย แต่ในความจริงโรคทางตาบางโรคจะไม่แสดงอาการออกมาจนกว่าจะอยู่ในขั้นรุนแรง ซึ่งกว่าจะมาพบก็สายไปเสียแล้ว ที่อาจรักษาให้หายเป็นปกติ
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าดวงตาเรากำลังมีปัญหา การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ สามารถให้คำตอบได้ ดังนั้นการตรวจสุขภาพตาจึงมีความสำคัญมาก เพื่อเป็นการเฝ้าระวังโรคทางตาที่อาจจะเกิดขึ้น หรือวางแผนการรักษาโรคตาบางโรคที่กำลังเป็นอยู่ได้ ซึ่งโรคทางตาที่พบบ่อย เช่น โรคน้ำวุ้นในตาเสื่อม, โรคจอประสาทตาหลุดลอก, โรคกระจกตาย้วยหรือกระจกตาโก่ง, โรคต้อหิน, โรคต้อกระจก ฯลฯ และไม่เพียงแต่ตรวจโรคทางตาเท่านั้น การตรวจสุขภาพตาจะมีการวัดค่าสายตาด้วย ซึ่งสามารถบอกได้ว่าสายตามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น สายตาสั้น, สายตายาวโดยกำเนิด หรือสายตาเอียง
-
ควรตรวจสุขภาพตาบ่อยแค่ไหน?
-
ผู้ที่มีภาวะสายตาผิดปกติ ไม่ว่าจะผ่านการแก้ไขสายตาผิดปกติหรือไม่ก็ตาม ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
-
ผู้ที่อายุต่ำกว่า 40 ปี ควรตรวจสุขภาพตาอย่างน้อย 2 ปีต่อ 1 ครั้ง
-
ผู้ที่อายุมากกว่า 40 ปี ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อเป็นการเฝ้าระวังโรคทางตาที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น โรคต้อหิน โรคต้อกระจก หรือโรคจอประสาทตาเสื่อม ฯลฯ
-
ในเด็กเล็ก ควรตรวจก่อนเข้าโรงเรียน
-
ดวงตาเป็นส่วนที่สำคัญ เพราะเราใช้งานหนักในทุก ๆ วัน ตั้งแต่ตื่น จนถึงเข้านอน เพื่อให้ดวงตามีสุขภาพที่ดีอยู่กับเราไปอีกนาน อย่ารอให้มีอาการแล้วค่อยดูแล เพราะอาจจะสายเกินแก้ ดังนั้นควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์เป็นประจำ
โรคที่ตรวจสุขภาพตาช่วยค้นหาได้
การตรวจตาไม่ได้บอกแค่ค่าสายตา แต่ช่วยวินิจฉัยโรคที่อันตราย เช่น
-
ต้อหิน (Glaucoma): ทำลายเส้นประสาทตาอย่างเงียบ ๆ
-
ต้อกระจก (Cataract): เลนส์ตามัว การมองเห็นพร่าลง
-
เบาหวานขึ้นตา (Diabetic retinopathy): ภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน
-
จอประสาทตาเสื่อมตามอายุ (AMD): ทำให้สูญเสียการมองเห็นตรงกลาง
-
โรคจากความดันโลหิตสูง: ทำให้เส้นเลือดในจอประสาทตาเปลี่ยนแปลง
-
ภาวะตาแห้งหรือตาล้าเรื้อรัง
ข้อดีของการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ
-
ป้องกันโรคตาที่อันตราย แต่ไม่มีอาการช่วงแรก
-
รักษาได้ทันท่วงที ลดโอกาสสูญเสียการมองเห็นถาวร
-
ปรับสายตาให้เหมาะสม เพิ่มคุณภาพชีวิตและการทำงาน
-
ช่วยบอกสุขภาพร่างกายโดยรวม เช่น โรคเบาหวาน ความดัน
-
สร้างความมั่นใจในการใช้สายตาทุกวัน
-
Eye and Vision Care T+ Program
โปรแกรมตรวจสุขภาพดวงตาและการมองเห็นแบบครบทุกมิติ ออกแบบมาเฉพาะเพื่อคุณ! ที่ TRSC เราให้ความสำคัญกับสุขภาพดวงตาของคุณ ด้วยการตรวจสุขภาพดวงตา 9 ขั้นตอน และ 15 รายการ โดยใช้เครื่องมือที่ทันสมัยและแม่นยำที่สุด เพื่อผลลัพธ์ที่คุณมั่นใจได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการตรวจสุขภาพตา
-
การใช้คอมพิวเตอร์และมือถือเป็นเวลานาน ส่งผลเสียต่อดวงตาอย่างไร? และมีวิธีป้องกันอย่างไร?
การใช้คอมพิวเตอร์และมือถือเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดการเพ่งเกร็งกล้ามเนื้อตา ส่งผลให้เกิดอาการตาล้า ตาแห้ง หรือรู้สึกปวดกระบอกตาได้ง่าย รวมทั้งถ้าหากปล่อยให้มีอาการตาแห้งบ่อย ๆ อาจทำให้กระจกตาเป็นแผล และเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่เป็นอันตรายดวงตาได้
-
คนเราควรตรวจสุขภาพตาปีละกี่ครั้ง?
ควรตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อคัดกรองโรคทางตาและคัดกรองค่าสายตาที่อาจมีความผิดปกติไป การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปีจะช่วยให้ทราบว่าดวงตาของเรามีความเปลี่ยนแปลงหรือไม่
-
Eye and Vision Care 60+ Program
TRSC ออกแบบการตรวจประเมินสุขภาพตา สายตา คุณภาพการมองเห็น คัดกรองโรคต่างๆทางตา ในผู้สูงอายุอย่างละเอียด พร้อมประเมิน ภาวะผิดปกติของดวงตาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) ใน 4 ด้านสำคัญ
1. การทำงานของดวงตา ตรวจสอบการมองเห็นและการทำงานของระบบสายตาโดยรวม
2. โครงสร้างภายในดวงตา เช่น กระจกตา เลนส์ และจอประสาทตา ที่มักเสื่อมตามวัยและการใช้งาน
3. พื้นผิวดวงตา - กระจกตา
4. เนื้อเยื่อของดวงตาและตรวจเช็กความผิดปกติที่ซ่อนในดวงตาระดับลึก และการคัดกรองโรคต่างๆทางตา









