หน้าฝนนี้...ทำอย่างไรให้ห่างไกลจาก “โรคตาแดง”

อัพเดตเมื่อ: มิ.ย. 14




เข้าหน้าฝนทีไร อาการเจ็บไข้ได้ป่วยก็มาเยือนทุกที ไม่เพียงแต่เสี่ยงกับโรคระบบทางเดินหายใจ หรือ โรคทางผิวหนังเท่านั้น ดวงตาของเราก็มีความเสี่ยงเช่นกัน โดยเฉพาะ “โรคตาแดง” ระบาดทุกครั้งเมื่อเข้าสู่ฤดูกาลนี้...วันนี้ ผศ.พญ.ชารีนันท์ จิรภาไพศาล จักษุแพทย์จาก TRSC ศูนย์เลสิคนานาชาติ จะมาให้ข้อมูลเรื่องนี้ค่ะ


ทำไม “โรคตาแดง” ถึงระบาดในหน้าฝน...เพราะเมื่อฝนตก น้ำฝนจะไปชะล้างฝุ่นละอองที่อยู่ตามอาคาร หลังคา ตามรั้วต่างๆ และอาจกระเด็นมาสู่ตาเราได้ ซึ่งน้ำที่ท่วมขังก็อาจจะมีเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย เมื่อน้ำที่สกปรกนั้นกระเด็นเข้าตาเรา ก็จะเกิดการติดเชื้อไปอย่างรวดเร็ว อาการต่าง ๆ จะเกิดได้ภายใน 1-2 วัน และระยะการติดต่อไปยังผู้อื่นประมาณ 14 วัน โดยแบ่งอาการได้ดังนี้


- ทั่วไปตาขาวมีสีแดงเรื่อ ๆ ระคายเคือง แสบตา น้ำตาไหล มีขี้ตามากกว่าปกติ

- หากติดเชื้อไวรัส หนังตาจะบวม น้ำตาไหลมาก ต่อมน้ำเหลืองกกหูบวม ไอ เจ็บคอ มี

น้ำมูก ตาแพ้แสง

- หากติดเชื้อแบคทีเรีย จะมีขี้ตาสีเขียว หรือสีเหลือง มีน้ำตาไหล ตาแฉะ มองเห็นไม่ชัด

- หากเกิดจากการแพ้ จะรู้สึกคันตา แสบตา มีน้ำตาไหล


การป้องกัน

1. หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วย งดใช้ของร่วมกับผู้ป่วย เช่น ผ้าเช็ดหน้าผ้าเช็ดตัว

2. หลีกเลี่ยงฝุ่นละออง หรือน้ำสกปรกเข้าตา รวมไปถึงหลีกเลี่ยงการว่ายน้ำในระยะนี้

3. รักษาความสะอาด ล้างมือให้สะอาด เลี่ยงการเอามือไปสัมผัสดวงตาบ่อย ๆ

4. ไม่อยู่ในพื้นที่แออัด เช่น รถสาธารณะ BTS MRT เป็นต้น หากจำเป็น ต้องสวมแว่นกันแดด กันฝุ่น กันลมช่วย

5.ระวังไม่ให้แมลง หรือสิ่งแปลกปลอมใด ๆ เข้าตา


การรักษา

1. ควรพักผ่อนให้มาก ๆ ลาหยุดงานจนกว่าจะหายเพื่อลดการระบาดของโรค

2. ใช้น้ำตาเทียมช่วย หากมีอาการระคายเคืองตามาก ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นให้รีบไปพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไป


ช่วงนี้ฝนตกหนักทุกวัน ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ ดวงตาของเราก็ต้องการ การดูแลเป็นพิเศษเช่นกัน ฉะนั้นหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นก็ไม่ควรละเลย รีบมาปรึกษาจักษุแพทย์ดีที่สุดค่ะ

ดู 9 ครั้ง0 ความคิดเห็น